บทวิเคราะห์ราคาทอง ภาคบ่าย 30 มกราคม 2562

ราคาทองคํา ช่วงเช้าขยับขึ้นเล็กน้อย หลังแตะระดับสูงสุดในรอบ 8 เดือนเมื่อวานนี้จากการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์ท่ามกลางกระแสคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)อาจส่งสัญญาณใช้นโยบายเชิงผ่อนคลายมากขึ้นในการประชุมครั้งแรกของปีนี้ขณะที่บรรดาเทรดเดอร์ใน CME FedWatch Toolคาดการณ์โอกาส 100% ว่าเฟดจะคงดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 2.25-2.50% ซึ่งจะทราบผลกลางดึกคืนนี้ 02.00 น. ตามเวลาไทย และตามด้วยแถลงการณ์ของนายเจอโรม พาวเวลล์ประธานเฟด 02.30 น. ตามเวลาไทย อย่างไรก็ตามราคาทองคําช่วงเช้าอาจปรับตัวขึ้นไม่ไกลนัก เพราะนักลงทุนระมัดระวังการซื้อขายเพื่อรอความชัดเจนดังกล่าว นอกจากนี้นักลงทุนรอความชัดเจนจากการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐ-จีน 30-31 ม.ค.นี้หลังสำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่านายสตีเวน มนชูิน เปิดเผยว่า สหรัฐพร้อมยกเลิกภาษีนําเข้าทั้งหมดจากจีน หากจีนทําตามข้อเรียกร้องขณะเดียวกัน เศรษฐกิจสหรัฐจะไม่เผชิญภาวะถดถอยในระยะอะนใกล้นี้ ปัจจยดังกล่าวหนุนตลาดหุ้นเอเชียเช้านี้เริ่มลดช่วงติดลบและกลับมาแกว่งตัวในแดนบวก ส่งผลให้แรงซื้อทองคำเริ่มลดลง ด้านปัจจัยทางเทคนิคประเมินว่า หากราคาทองคําพยายามขึ้นไปทดสอบแนวต้านในโซน 1,318 ดอลลาร์ต่อออนซ์แสดงถึงแรงเข้าซื้อในระยะสั้น หากยืนได้แข็งแกร่ง ทําให้ประเมินวาในระยะสั้น ยังคงมีโอกาสปรับตัวขึ้นไปทดสอบ แนวต้านถัดไปที่ 1,326 ดอลลาร์ต่อออนซ์ขณะที่แนวรับ ในบริเวณ1,302-1,287 ดอลลาร์ต่อออนซ์แนะนํากลยุทธ์การลงทุนอาจพิจารณาเข้าซื้อหากราคาองอ่อนตัวลงมาในโซน 1,302 ดอลลาร์ต่อออนซ์พร้อมลดการลงทุนหากราคาทองหลุด 1,287 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อาจพิจารณาออกขายทํากําไรบางสวนหากราคาทองไม่ผ่านแนวต้านที่ 1,318 ดอลลาร์ต่อออนซ์แต่ถ้า ฝ่าไปได้ให้รอขายบริเวณแนวต้านถัดไป  ที่มา ylgbullion

>> อัพเดตราคาทองวันนี้ <<

บทวิเคราะห์ ราคาทอง 15 พฤศจิกา 2561

ราคาทองคําช่วงเช้ารักษาระดับเหนือ 1,200 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังเจ้าหน้าที่จีนได้จัดทําร่างข้อเสนอในการเจรจาการค้ากับสหรัฐฯเป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือน เพื่อใช้ในการเจรจานอกรอบการประชุม G20 ปลายเดือนนี้ ระหว่างผู้นําทั้ง 2 ประเทศ

ประเด็นการค้าที่ผ่อนคลายมากขึ้น หนุนค่าเงินหยวน กดดันดอลลาร์ และหนุนราคาทองคํา นอกจากนี้ นายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) กล่าวในงานเสวนาที่จัดขึ้นโดยเฟดเขตดัลลัสวานนี้ว่า เศรษฐกิจสหรัฐยังคงอยู่ในภาวะที่แข็งแกร่ง แต่ในปี หน้าอาจเผชิญปัจจัยเสี่ยงหลายด้าน และเฟดจะต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ เกี่ยวกับกับการขึ้นดอกเบี้ย โดยความท้าทายทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯประกอบด้วย การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก

รวมถึงผลจากการดําเนินนโยบาย การคลังเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจที่กําลังหมดแรงส่ง และผลจากการขึ้นดอกเบี้ยนโยบายของเฟดที!ดําเนินมา 8 ครั้งนับแต่ปลายปี 2015 ที่ยังไม่ปรากฏเต็มที่ สําหรับวันนี้ แนะนําติดตามการเปิดเผยตัวเลขสหรัฐ อาทิ ยอดค้าปลีก, Empire State Index, ผลสํารวจแนวโน้มธุรกิจจากเฟดฟิลาเดลเฟีย

ด้านปัจจัยทางเทคนิคประเมินว่า ราคามีการดีดตัวขึนหลังจากอ่อนตัวลงทดสอบกรอบราคาด้านล่าง หากราคาสร้างฐานและพยายามทรงตัว โดยยืนเหนือโซน 1,200 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ อาจทําให้เห็นการดีดตัวขึ้นเพื่อพยายามทดสอบแนวต้านบริเวณ 1,224 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากยังไม่สามารถขึ้นไปยืน เหนือแนวต้านดังกล่าวได้ อาจเห็นการย่อตัวของราคาลงเพื่อสร้างฐาน หรืออ่อนตัวลงอีกครั้ง

แนะนํากลยุทธ์การลงทุนโดยดูบริเวณ 1,200 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากไม่หลุดสามารถเข้าซื้อเก็งกําไรระยะสั้น เพื่อขายทํากําไรเมื่อราคาดีดตัวหรือบริเวณแนวต้าน 1,224 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากราคาหลุดแนว ดังกล่าวให้รอดูบริเวณแนวรับถัดไปที่ 1,191 ดอลลาร์ต่อออนซ์   ที่มา ylgbullion

>> อัพเดตราคาทองวันนี้ <<

บทวิเคราะห์ ราคาทอง 15 สิงหา 2561

ราคาทองคําวานนี้ปิดทรงตัวแทบไม่เปลี่ยนแปลง โดยฟื้นตัวขึ้นจากจุดตํ่าสุดในรอบ 18 เดือนขึ้นไปแตะระดับสูงสุดบริเวณ 1,198 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในระหว่างวัน จากแรงซื้อเก็งกําไร ประกอบกับสกุลเงินดอลลาร์อ่อนค่าลงหลังค่าเงินลีราของตุรกีพุ่งขึ้นกว่า 6.7% สู่ระดับ 6.4350 เทียบดอลลาร์

นอกจากนี้นักลงทุนบางส่วนเริ่ม คลายความกังวลเกี่ยวกับวิกฤตการเงินในตุรกีลงเนื่องจากตุรกีไม่ได้เป็นสมาชิกสหภาพยุโรป หรือ ยูโรโซน จึงมีความเกี่ยวข้องกับธนาคารยุโรปไม่มากนัก ซึ่งจะทําให้ ปัญหาไม่ลุกลามออกไป อย่างไรก็ตามราคาทองคําลดช่วงบวกลงอีกครั้งหลังดัชนีดอลลาร์ฟื้นตัวขึ้นแตะ 96.794 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือน มิ.ย.ปี 2017 ประกอบกับ ดัชนีดาวโจนส์ปิดตลาดในแดนบวกหลังจากร่วงลงติดต่อกัน 4 วันกดดันแรงซื้อในตลาดทองคําเพิ่ม ขณะที่ด้านกองทุน SPDR ลดการถือครองทองคําลง -7.97 ตันสู่ ระดับ 776.65 ตันซึ่งเป็นระดับตํ่าสุดนับตั้งแต่เดือนก.พ. 2016 สะท้อนกระแสเงินทุนที่ยังคงไหลออกจากกองทุน ETF ทองคําต่อเนื่อง สําหรับวันนี้ ติดตามการเปิดเผย ยอดค้าปลีก, ดัชนี Empire State Index, ประสิทธิภาพการผลิตต่อหน่วย, ประสิทธิภาพต้นทุนแรงงานต่อหน่วย, อัตราการใช้กําลังผลิตและการผลิตภาคอุตสาหกรรม  ที่มา ylgbullion

>> อัพเดตราคาทองวันนี้ <<